May 25, 2007

9 โรคร้ายของพนักงานออฟฟิศ


1. โรคผมร่วง

มันเป็นโรคร้ายเลยทีเดียว ไม่ใช่แค่ 1 แต่มันร่วงถึง 30 เส้นต่อวัน เหอะๆ อาการมันก็มีสาเหตุมาจากความเครียดของท่านพนักงานทั้งหลายนั่นแหละ ยิ่งเครียดยิ่งร่วง ยิ่งร่วง = = " โอยยิ่งเครียด แต่อีกปัจจัยหนึ่งที่คุณอาจไม่เคยคิดนั่นก็คือการขาดแสงอาทิตย์

จริงหรือ ?? ส่วนใหญ่แล้วพนักงานฯ จะไม่ค่อยได้รับแสงแดดในยามเช้า เพราะแดดในยามเช้าจะช่วยให้เราสังเคราะห์วิตามิน K ที่จำเป็นต่อร่างกาย รวมถึงหนังศีรษะด้วย

2. อาการปวดหัว ไมเกรน อัลไซเมอร์ เบลอเป็นกิจวัตร

สาเหตุ ก็คงทราบโดยทั่วไปด้วยว่าเกิดจากความเครียด (ตัวนี้จะเจอในอีกหลายๆ โรค - - ") แต่สาเหตุอีกประการที่น่าสนใจคือ การรับประทานแอลกอฮอล์ คาเฟอีน ( กาแฟ น้ำอัดลม ยาชูกำลัง ) อาหารไขมันสูง อาหารประเภทเนื้อสัตว์ 90% ของอาหารหลัก ถึงแม้ว่าอาการอัลไซเมอร์จะเป็นอาการสมองเสื่อมโดยไม่ทราบสาเหตุ แต่สาเหตุหลักๆ ของอาการสมองเสื่อมอื่นๆ ก็คือ การรับทานอาหารดังกล่าว

อีกสาเหตุหนึ่งที่น่าสนใจคือการขาดการออกกำลังกาย โดยปกติเราต้องออกกำลังกายประมาณ 10 ชั่วโมงต่อสัปดาห์เป็นอย่างน้อย (ไม่นับการยกช้อน หรือเดินจากห้องนอนไปยังโต๊ะทานข้าว รวมทั้งการเคี้ยวอาหาร และการหายใจ) แต่พนักงานเงินเดือนเอาเวลาไหนไปออกกำลังกายล่ะ แค่ทำงานก็ฟุบแล้ว

3. อาการปวดตา น้ำตาแห้ง หน้าจอดับ เอ๊ย.. เรตินาผิดปรกติ

นอกจากความเครียดแล้วสาเหตุใหญ่ๆ ก็คือ การนั่งหน้าจอเกินวันละ 6 ชั่วโมง และการเพ่งอยู่หน้าจอในที่มืด ( ดูเว็บอะไรหนอต้องเพ่งในที่มืด )รวมทั้งการขาดวิตามิน A และ B - complex

* มีบางคนบอกว่าในพริกมีวิตามิน A เลยซดเข้าไปเป็นถ้วย ๆ เออ สายตาดีแต่เวลาเข้าห้องน้ำ (555..สม)

หมายเหตุ : การอกหักบ่อย ๆ กระเทือนต่อสายตานะเอ้อ ร้องให้ตาบวมงี้ หรืออินเลิฟมากไปก็ระวังตาบอดนา (ก็ความรักทำให้คนตาบอดไง)

4. อาการไซนัส เป็นหวัด คัดจมูก ภูมิแพ้

ก็วันๆ จำศีลอยู่แต่ในห้องปรับอากาศ ถ้าเครื่องปรับอากาศเป็นรุ่นประหยัด... ประหยัดส่วนประกอบ ไม่มีตัวกรองอากาศที่มีประสิทธิภาพ หรือมีแต่ในห้องเจ้านาย อาการเหล่านี้จะถามหาแน่นอน ควรออกไปสูดอากาศข้างนอก...นอก กทม.บ้างอ่านะ ปอดน้อยๆ จะได้ไม่พังก่อนเวลาอันควร

5. ปาก...หมา ไม่ช่ายๆ ปากเหม็นตะหาก

อันเนื่องมาจากความเครียด แบคทีเรียจะทำงานอย่างมีประสิทธิภาพในภาวะที่คุณเครียด และมีอาหารพวก กาแฟ แอลกอฮอล์ รวมทั้งการพูดจาที่น้อยกว่าปกติ สำหรับบางท่านที่มีปัญหากับการสื่อสารกับมนุษย์ ทำให้น้ำลาย...บูด... เอ้าจริงนะ ลองสังเกตุง่ายๆ ว่าในยามเช้าท่านจะรู้สึกว่าอมชักโครกไว้ในปากก็ไม่ปาน เพราะในตอนกลางคืนคงไม่มีใครอุตริพูดหรอกนะ น้ำลายจะไม่ถูกบีบออกมาในยามที่เราไม่ได้ขยับปาก ดังนั้นปากจึงแห้ง และแบคทีเรียก็จะย่อยน้ำลาย และฟันฟางของท่านๆ แล้วปล่อยแก๊สออกมา

** อาการฟันผุก็เป็นเหตุหนึ่งที่ทำให้ปากเหม็นได้ **

6. อาการปวดคอ ปวดไหล่ ปวดข้อ ปวดนิ้ว

โดยมากเกิดจากอาการนั่งทำงานผิดท่าทาง นั่งเก้าอี้โต๊ะที่ไม่รองรับต่อการทำงาน หรือถูกภรรยาที่บ้านซ้อม แต่ท่านรู้หรือไม่ แม้ท่านนั่งถูกท่าแล้ว แต่หากนั่งเป็นเวลานานๆ ก็เมื่อยอ่าเด่ะ หรือไม่จริง

7. อาการ....อ้วน...อ้วน...อ้วน ก็อ้วน อ้วน อ้วน

นึกถึงลูกโป่ง ถ้าเราใส่น้ำเข้าไปโดยเจาะรูให้มันออกน้อยๆ มันก็บวมขึ้น ๆ ๆ ๆ เช่นกัน ทุกวันเรากินอา หารอย่างน้อย 3 มื้อ มีพลังงานมากมายเข้า แต่ออกน้อยนิดมานก็อ้วนเป็นธรรมดา โดยที่ยาลดความอ้วนยี่ห้อไหนก็ช่วยไม่ได้ ยกเว้นยานั้นจะทำให้ไขมันในตัวท่านเปลี่ยนเป็นพลังงานทั้งหมด (ไขมัน 1 กรัม ให้พลังงาน 9 กิโลแคลลอรี่ ในตัวท่านมีกี่กรัมล่ะ แปลงเป็นพลังงานความร้อนแค่ครึ่งตัว ไฟก็ไหม้สำนักงานแล้ว)
อาหารประเภท ฟาดดูด ( พิมพ์ไม่ผิดๆ ) เช่น แฮมเบอร์เกอร์ น้ำอัดลม พิซซ่า ก็เป็นส่วนสำคัญ งานด่วน แล้วกินด่วน ก็อ้วนด่วน รวมทั้งการกินอาหารแบบกินไปทำงานไป จะทำให้อิ่มช้า และกินได้มาก ( มันไม่รู้จะอิ่มตอนไหน เห็นยุ่งๆ อยู่ไม่อยากขัด )

8. อาการโรคกระเพาะ กระเพาะคราก ท้องอืด ท้องเฟ้อ เรอเหม็นเปรี้ยว

ความเครียด ตัวการหลัก ท่านๆ ก็ทราบดีอยู่แล้ว แต่การนอนไม่พอ ก็มีส่วนทำให้เกิดอาการเหล่านี้ด้วยเช่นกัน การกินอาหารแบบเร่งรีบ ทำให้กระเพาะ และระบบขับถ่ายทำงานได้ไม่มีประสิทธิภาพ

9. ริดสีดวง

เกิดจากการที่ท่านนั่งกันวันหนึ่งๆ กี่ชั่วโมงกัน ไหนจะ OT อีก บั้นท้ายท่านก็รับการกดทับ เส้นเลือดดำบริเวณปลายลำไส้ก็เกิดอาการเลือดคั่ง บวมเป่งสิทีนี้ ยิ่งน้ำหนักมาก อาการก็เป็นไว ควรลุกเดินบ้าง ลุกไปเชียงใหม่ ลำปาง แพร่ น่าน พะเยา สุโขทัย ปัตตานี ยะลา นาราธิวาส แล้วค่อยกลับมานั่งทำงานต่อ (สำหรับ 3 จังหวัดหลังท่านอาจจะไม่ได้กลับมา ถ้าไม่แกร่งพอ..555)

May 24, 2007

เรื่องเล่าจาก สามีภรรยาคู่หนึ่ง ...

มีชาย-หญิงคู่นึงแต่งงานอยู่ด้วยกัน กระทั่งถือไม้เท้ายอดทองกระบองยอดเพชรกันเลยเชียวหล่ะ ฝ่ายหญิงมีกล่องเก็บของอยู่ใบหนึ่งวางในตู้เสื้อผ้า และกำชับแกมขอร้องสามีว่าอย่าได้เปิดดูหรือถามใดใดทั้งสิ้น ฝ่ายสามีก้อช่างน่ารักเสียเหลือเกิน ไม่เคยปริปากถามเรื่องกล่องใบนั้นอีกเลย

วันเวลาผ่านไปหลายสิบปี อยู่มาวันหนึ่งฝ่ายหญิงป่วยมาก หมอลงความเห็นว่าเธอคงจะมีชีวิตอยู่ต่อไปอีกไม่นานเธอจึงวานให้สามีช่วยไปหยิบกล่องใบนั้นจากตู้เสื้อผ้า หลังจากที่ฝ่ายชายกลับมาพร้อมกับยื่นกล่องให้เธอ เธอเปิดฝากล่องขึ้นมาพบว่ามี ตุ๊กตาถักไหมพรมกับเงินอีกจำนวนหนึ่ง (ประมาณว่า 95,000 เหรียญ) บรรจุอยู่ข้างใน

ฝ่ายหญิงเริ่มเอ่ย "ในวันแต่งงานของเรา คุณย่าของฉันได้ให้บทเรียนสอนใจ ท่านว่าครอบครัวสมรสเป็นเรื่องละเอียดอ่อน หนักนิดเบาหน่อยต้องให้อภัยและอดทนให้เกียรติซึ่งกันและกัน ไว้เนื้อเชื่อใจ มีความรักให้แก่กัน และที่สำคัญคือมีความเข้าใจกัน" เธอหยุดพูด พร้อมกับยื่นมืออันแทบจะไร้เรี่ยวแรงลูบตุ๊กตาไหมพรมไปมา "คุณย่าได้แนะเคล็ดลับให้ว่า เมื่อใดที่ความรู้สึกไม่พอใจเกิดขึ้น หรือรู้สึกโกรธมากๆ ขึ้นมา ให้ถักตุ๊กตาไหมพรมเก็บไว้ 1 ตัวเสมอ"

ฝ่ายชายเหลือบมองเข้าไปในกล่อง มีตุ๊กตาไหมพรม 2 ตัววางอยู่ เขาเบือนหน้าไปอีกทาง เพื่อหลบหยดน้ำตาแห่งความปลื้มปิติ เขารู้สึกซาบซึ้งน้ำใจของภรรยามีต่อเขาเป็นยิ่งนัก ชีวิตสมรสที่ยาวนานกว่า 50 ปี มีตุ๊กตาไหมพรมเพียง 2 ตัว เท่านั้นแทนจำนวนครั้งที่ภรรยาได้โกรธเคืองเขา

หลังจากปาดคราบน้ำตาแล้ว เขาหันกลับมา ฝ่ายภรรยาพูดต่อ "เธอคงแปลกใจกับเงินก้อนนี้สินะ" ฝ่ายหญิงหยิบมันขึ้นมา แล้วพูดต่อว่า " มันเป็นเงินที่ได้มาจากการทยอยขายตุ๊กตาไปทีละตัวๆ ค่ะ..... " ฮา

ความรักดั่งเม็ดทราย






May 17, 2007

มาม่ามีฤทธิ์ถ่ายพยาธิได้

ผลการวิจัยพบว่า เมื่อกินมาม่าเข้าไป พอมาม่าเดินทางไปถึงบริเวณที่มีพยาธิ พยาธิจะมารุมกินมาม่า แต่เนื่องจากลักษณะเส้นมาม่ามีความคล้ายคลึงกับตัวพยาธิ ทำให้พยาธิสับสนไม่รู้ว่าอันไหนเป็นอาหารอันไหนเป็นพวกเดียวกัน จึงเกิดการกัดผิดตัว แทนที่จะไปกัดเส้นมาม่าดันไปกัดพวกเดียวกันเอง

พยาธิตัวที่ถูกกัดจึงเกิดความแค้น เนื่องจากกำลังกินอยู่ดีๆ ดันโดนลอบกัดมันก็เลยกัดตอบ ทีนี้ก็เกิดเป็นโดมิโนเอฟเฟค พยาธิกัดกันเองเป็นพัลวันทำให้พยาธิล้มตายกันเกือบหมด

ไอ้ตัวที่เหลือก็ไม่กล้าออกมากินมาม่าอีก เพราะกลัวว่าจะเข้าใจผิด เกิดบาดหมางกันระหว่างเพื่อนฝูงก็เลยผอมโซอดตายกันหมด

ดังนั้นจึงสรุปผลการทำวิจัยว่า มาม่ามีฤทธิ์ในการถ่ายพยาธิออกจากร่างกายได้

รักษาดวงตาเมื่อต้องอยู่หน้าคอมพิวเตอร์

1. หมั่นกระพริบตาให้บ่อยขึ้น อาการตาแห้งเกิดจากเมื่อเรามีสมาธิขณะทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ อัตราการกระพริบตาจะลดลงจาก 20-22ครั้ง ต่อนาที เหลือเพียง 6-8 ครั้ง ต่อนาที ถ้าไม่อยากตาแห้ง ก็ต้องกระพริบตาบ่อยขึ้น

2. จัดวางคอมพิวเตอร์ให้เหมาะสม ปรับความสูงของจอให้เหมาะสม โดยระยะห่างระหว่างจอภาพกับตัวเรา ควรอยู่ระหว่าง 20-28 นิ้ว หรือประมาณ 1 ช่วงแขน จุดศูนย์กลางของคอมพิวเตอร์ควรอยู่ต่ำกว่าระดับสายตาประมาณ 4-9 นิ้ว ไม่ควรอยู่สูงหรือต่ำกว่านี้มากนัก และควรจะตั้งตรงหน้า ตำแหน่งการวางคอมพิวเตอร์ควรจะให้หน้าต่างอยู่ด้านข้างของโต๊ะ เพื่อป้องกันไม่ให้แสงตกสะท้อนหน้าจอ

3. ปรับตัวอักษรให้ใหญ่ขึ้น

4. เลือกแว่นที่ใช้กับคอมพิวเตอร์ ควรใช้เลนส์สีชมพูอ่อน จะช่วยให้สบายตาขึ้นภายใต้แสงจากหลอดไฟฟ้าฟลูออเรสเซนต์ สำหรับคนที่ใส่แว่นควรปรึกษาจักษุแพทย์

5. เบรกซะบ้าง ทุกๆชั่วโมง ควรลุกขึ้นยืดเส้นยืดสายสัก 10 นาที เพื่อพักสายตา และป้องกันไม่ให้เกิดความเมื่อยล้า

6. เปลี่ยนจอใหม่ เลือกใช้จอชนิดLCD (จอแบน) แม้ราคาจะแพงกว่าจอธรรมดา (CRT) แต่ช่วยถนอมตาได้มาก

May 7, 2007

สารพันคำถามคำตอบน่ารู้ หมวด รู้ไว้ใช่ว่า

1. การแลบลิ้นให้น้ำลายยืดลงพื้น 3 หยดจะแก้เผ็ดได้ จริงหรือ

เฉลย จริง อาการเผ็ดเกิดจากสารที่ชื่อ แคปไซซิน ที่อยู่ในพริกเข้าไปจับกับปลายประสาทรับรสที่ลิ้น ร่างกายจะก็จะแสดงปฎิกริยาโดบขับน้ำลายออกมาชะล้างเอาเจ้าสารนี้ออกไป

2. ดูดนมยางของเด็กทารกตอนนอนจะแก้อาการนอนกรนได้ จริงหรือ

เฉลย จริง การคาบหรืออมนายางของเด็กทารกไว้ในปากจะทำให้ลิ้นในปากอยู่นิ่ง ก็จะพลอยให้เนื้อเยื่อของเพดานไม่กระเทือนสั่นไหวขึ้นจึงไม่เกิดอาการกรน และไม่นอนอ้าปากอีกด้วย

3. การสูดกลิ่นตัวผู้ชายทำให้หายเครียดได้ จริงหรือ

เฉลย จริง เพราะกลิ่นตัวผู้ชายที่เป็นคนรักนั้นมีสาร ฟีโรโมน ผสมอยู่โดยเฉพาะในผมและผิวของเขา เมื่อสูดดมแล้วจะช่วยลดอาการเครียดและเหนื่อยล้าลงได้

4. แอปเปิ้ลผลิตกระแสไฟฟ้าได้ จริงหรือ

เฉลย จริง ถ้าเสียบแผ่นสังกะสี และแผ่นทองแดง กรดในแอปเปิ้ลจะทำให้เกิดการแตกตัวของไอออน ทำให้ลูกแอปเปิ้ลเป็นเหมือนแบตเตอรี่ ซึ่งผลไม้ชนิดอื่นเช่น มะนาว เกรปฟรุ๊ต หรือมันฝรั่ง ก็ทำได้เช่นกัน

5. ปัสสาวะมนุษย์ใช้ทำยาสีฟันในสมัยโบราณ จริงหรือ

เฉลย จริง โดยแพทย์ชาวโรมันเชื่อว่า ปัสสาวะมนุษย์ มีคุณสมบัติทำให้ฟันขาว และแข็งแรง ยาสีฟันในยุคดังกล่าว จึงเป็น น้ำยาบ้วนปากที่ทำจากปัสสาวะมนุษย์

6. วัวกระทิงเกลียดสีแดง จริงหรือ

เฉลย ไม่จริง เพราะ วัวเป็นสัตว์ตาบอดสี ไม่สามารถแยกแยะสีต่างๆ ได้ แต่การที่วัวเมื่อถูกล่อด้วยผ้าแดงเหมือนในสนามสู้วัว แล้วก็พุ่งเข้าใส่นั้น เป็นเพราะความรำคาญ และเพราะถูกยั่วยุมากกว่า

7. เพชรแท้จะไม่ติดสีหมึก จริงหรือ

เฉลย จริง การทดสอบดูเพชรแท้นั้น ให้ป้ายน้ำหมึกสีดำไปบนเพชร ถ้ามีความลื่นออก ไม่ติดอยู่บนเพชร แสดงว่าเป็นเพชรแท้ แต่ถ้ายังมีจุดดำตรงที่แต้มอยู่ ก็แสดงว่าเป็นเพชรเทียม

8. การทะเลาะกันทำให้แผลหายช้า จริงหรือ

เฉลย จริง เพราะ ความเครียดที่เกิดขึ้น ทั้งระหว่าง และหลังจากการทะเลาะกัน จะส่งผลให้ร่างกายลดการผลิตโปรตีนเม็ดเลือด ที่มีประโยชน์ต่อการรักษาบาดแผล หรือส่วนที่สึกหรอในร่างกายให้น้อยลง ทำให้บาดแผลต่างๆ หายช้า

9. แสงแดดอ่อนๆ ช่วยป้องกันโรคซึมเศร้าได้ จริงหรือ

เฉลย จริง เพราะ แสงแดดอ่อนๆ จะช่วยลดการสร้างฮอร์โมนเมลาโตนิน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ควบคุมการนอนหลับ ถ้าหากเก็บตัวอยู่แต่ในที่มืดจะทำให้ฮอร์โมนตัวนี้สูงขึ้น และอาจส่งผลให้เกิดการง่วง เหงา ซึมเซา ได้

10. การฟังเพลงช่วยบรรเทาอาการปวดข้อได้ จริงหรือ

เฉลย จริง เพราะ การฟังเพลงทำให้สมองหลั่งสารเอนดอร์ฟินส์ ซึ่งเป็นฮอร์โมนสร้างความสุขออกมา ช่วยลดความดันโลหิต และบรรเทาอาการปวดข้อลงได้

สารพันคำถามคำตอบน่ารู้ หมวด กินเพื่อสุขภาพ

1. กินน้ำมะนาวปั่นสามารถแก้อาการเมาค้างได้ จริงหรือ

เฉลย ไม่จริง แต่แก้อาการเมาค้างได้โดยการดื่มน้ำกล้วยปั่นกับนมและน้ำผึ้ง เพราะกล้วยจะทำให้กระเพาะของเราสงบลง ส่วนน้ำผึ้งจะเป็นตัวช่วยหนุนเสริมปริมาณน้ำตาลในเส้นเลือดที่หมดไป ในขณะที่นมก็ช่วยปรับระดับของเหลวในร่างกายของเรา ทำให้อาการเมาหายไปได้

2. เมื่อเป็นไข้ไม่ควรกินฝรั่ง จริงหรือ

เฉลย จริง เพราะในฝรั่งมีแร่โพแทสเซียมสูง เมื่อเวลาเป็นไข้ร่างกายจะมีอุณหภูมิสูงขึ้น การกินอาหารที่มีโพแทสเซียมสูงจะส่งผลให้เกิดอาการชักได้

3. มันฝรั่งช่วยลดความดันโลหิตให้ต่ำลงได้ จริงหรือ

เฉลย จริง เพราะในมันฝรั่งมีสารเคมีที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติที่ชื่อว่า คูคัวไมน์ส มีสรรพคุณในการควบคุมความดันโลหิตให้ต่ำลง และมันยังรักษาโรคที่ลึกลับที่เรียกว่า โรคนอนหลับ ได้อีกด้วย

4. ดื่มนมร้อนก่อนนอนจะช่วยกระตุ้นอารมณ์ทางเพศได้ จริงหรือ

เฉลย ไม่จริง แต่การดื่มนมร้อนก่อนนอนจะช่วยให้นอนหลับสบายยิ่งขึ้น

5. การเคี้ยวหมากฝรั่งช่วยเพิ่มฮอร์โมนเพศชายได้ จริงหรือ

เฉลย ไม่จริง แต่การเคี่ยวหมากฝรั่งช่วยให้คนไข้ผ่าตัดลำไส้ใหญ่หายเร็วขึ้น เพราะการเคี้ยวหมากฝรั่งหลังการผ่าตัด เป็นการบริหารให้ลำไส้กลับมาทำงานตามปกติได้เร็วขึ้น คนไข้จะไม่เกิดอาการลำไส้อืด ซึ่งทำให้ปวดท้อง และท้องอืด หลังจากที่ต้องหยุดทำงานไปพักหนึ่ง

6. การกินเนยก่อนนอนทำให้นอนหลับสนิทขึ้น จริงหรือ

เฉลย จริง เพราะในเนยมี กรดอมิโน ที่มีชื่อว่า ทริปโตพัน ซึ่งมีสรรพคุณช่วยให้เกิดความรู้สึกผ่อนคลาย และสะกดให้หลับได้สนิทดีขึ้น

7. กินส้มช่วยแก้อาการเซ็งได้ จริงหรือ

เฉลย จริง การรับประทานส้มโดยปอกเปลือกเองจะมีกลิ่นส้มที่ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย และวิตามินซีที่ร่างกายได้รับในจำนวนที่เพียงพอ ช่วยให้สมองหลั่งฮอร์โมนที่ทำให้คลายความเครียดลงได้ดีออกมาด้วย

8. การกินช็อคโกแล๊ตช่วยแก้ไอได้ จริงหรือ

เฉลย จริง เพราะ โกโก้ที่ใช้ทำช็อคโกแล๊ตมีสารที่ชื่อว่า ธีโอโบรไมน์ จะไปออกฤทธิ์ที่เส้นประสาทชื่อ เวกัสเนอร์ฟ ที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับการไอ ทำให้สามารถหยุดอาการไอเรื้อรังอย่างได้ผล

9. การกินบ๊วยช่วยเพิ่มกำลังได้ จริงหรือ

เฉลย จริง เพราะ การที่คนเรามีอาการเหนื่อย อ่อนเพลีย เพราะกรดในเลือดสูง ร่างกายไม่สามารถปรับดุลความเป็นด่างได้ทัน แต่บ๊วยมีความเป็นด่าง Ph 7.35 ใกล้เคียงกับเลือดคนเรา จึงช่วยถ่วงดุลความเป็นด่างได้ และยังมีโปรตีน เกลือแร่ และสารอาหารจำเป็นอยู่มากอีกด้วย

10. การกินอาหารมื้อเช้าช่วยป้องกันความจำเสื่อมได้ จริงหรือ

เฉลย จริง เพราะ เลือดตอนเช้าจะแข็งตัวง่ายกว่าปกติ จึงมีโอกาสที่หลอดเลือดอุดตันมากขึ้น สารอาหาร ไปเลี้ยงสมองได้น้อยลง สมองจึงค่อยๆ เสื่อม

สารพันคำถามคำตอบน่ารู้ หมวด เคล็ดลับแม่บ้าน

1. ไข่ขาวสามารถใช้รักษาแผลน้ำร้อนลวกได้ จริงหรือ

เฉลย จริง โดยใช้ไข่ขาว มาทาที่น้ำร้อนลวกให้ทั่วทิ้งไว้จนแห้ง ไปเอง แล้วรอสักพักใหญ่ๆ จึงล้างออกจะไม่มีรอยแดง หรือพองเลย ข้อสำคัญ ก่อนทาไข่ขาวอย่าให้ถูกน้ำเย็น หรือของอื่นเลย และอย่าไปแกะ หรือเกาตอนที่ใกล้จะแห้ง เพราะจะทำให้หนังถลอก

2. ยาหม่องสามารถใช้ขจัดหมากฝรั่งเปื้อนผ้าได้ จริงหรือ

เฉลย จริง โดยการใช้ยาหม่องถูตรงยางเหนียวๆ ของหมากฝรั่งไปมา ไม่นานยางของหมากฝรั่งก็จะหลุดออกหมด แล้วจึงนำผ้าไปซักตามปกติ

3. ใส่หลอดในขวดซอสมะเขือเทศจะทำให้เทออกง่าย จริงหรือ

เฉลย จริง โดยการใส่หลอดลงไปให้ลึกถึงก้นขวด เพื่อให้อากาศสามารถแทรกผ่าน เข้าไปในขวดได้ แล้วเทซอสมะเขือเทศ ก็จะไหลออกมาง่ายขึ้น

4. ถุงน่องแช่น้ำเกลือช่วยให้ถุงน่องไม่ขาดง่าย จริงหรือ

เฉลย จริง โดยการนำเกลือ 2 ถ้วยผสมกับน้ำ 1 แกลอน แช่ถุงน่องใหม่ไว้นาน 3 ชั่วโมง แล้วล้างด้วยน้ำเย็น ยกถุงน่องขึ้น มาตากให้น้ำหยดจนแห้ง ก็จะทำให้ถุงน่องคงสภาพ และเหนียวทนนาน

5. มันฝรั่งกำจัดกลิ่นปลาร้าติดมือได้ จริงหรือ

เฉลย ไม่จริง แต่มันฝรั่งสามารถกำจัดกลิ่นหัวหอมติดมือได้ โดยการนำมันฝรั่งที่ปอกแล้ว มาถูมือที่มีกลิ่นหัวหอมติดอยู่ กลิ่นหัวหอมก็จะค่อยๆ จางหายไป

6. พริกแห้งใช้ไล่แมลงวันได้ จริงหรือ

เฉลย จริง เวลาตากของแห้งไว้ จะมีแมลงวันมาตอม ให้เอาพริกแห้ง 5 - 6 เม็ด เสียบ ไว้รอบกระด้ง ไอร้อนของพริก จะทำให้แมลงวันไม่กล้าเข้าใกล้

7. เบียร์ช่วยคลายเกลียวขึ้นสนิมได้ จริงหรือ

เฉลย จริง ให้รินเบียร์ลงไปบนเกลียวขึ้นสนิมนิดหน่อย รอ 2-3 นาที ความเป็นกรดของเบียร์ จะช่วยขจัดสิ่งสกปรก และเศษสนิม ทำให้เกลียวหมุนเปิดได้ง่ายขึ้น

8. เอาผ้าไหมแช่ช่องแข็งจะทำให้รีดง่าย จริงหรือ

เฉลย จริง การรีดผ้าไหม ควรใช้ไฟอ่อนๆ เพราะผ้าไหมจะไหม้เกรียม หรือเป็นสีเหลืองได้ง่าย แต่ถ้าผ้าไหมยับมาก ก่อนรีดควรฉีดพรมน้ำยาให้ทั่ว แล้วพับใส่ถุงพลาสติก นำไปแช่ในช่องแข็งของตู้เย็น ประมาณ 10 -15 นาที แล้วจึงนำออกมารีด จะทำให้รีดผ้าไหมได้ง่าย และเรียบยิ่งขึ้น

9. นำเหรียญสลึงใส่แจกันช่วยให้ดอกไม้ไม่เหี่ยวเฉาได้ จริงหรือ

เฉลย จริง โดยให้หย่อนเหรียญสลึงลงไปในแจกัน ส่วนผสมที่เป็นทองแดงในเหรียญ จะช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งเป็นสาเหตุให้ดอกไม้เหี่ยวเฉา

10. ใบฝรั่งช่วยดูดกลิ่นได้ จริงหรือ

เฉลย จริง โดยให้นำใบฝรั่งมาตำให้ละเอียดคั้นเอาแต่น้ำ แยกกากใบออก น้ำมันหอมระเหยที่ได้ จะทำหน้าที่ดับกลิ่น ส่วนกากใบที่ได้ให้นำไปวางไว้ตามจุดต่างๆ เพื่อช่วยดูดกลิ่นได้

April 4, 2007

7 Habits ฉบับย่อสุดสุด

อุปนิสัยที่ดี 7 ประการ ของบุคคลผู้มีประสิทธิภาพสูง

รศ.ดร.พรรรณราย ทรัพยะประภา

สตีเฟน อาร์ โควีย์ (Stephen R.Covey) ได้เขียนหนังสือที่มีชื่อเสียงมากทั่วโลกเล่มหนึ่ง ชื่อว่า "The Seven Habits of Highly Effective People" ในปี ค.ศ.1989 เป็นหนังสือที่อยู่ในระดับ "ขายดีมากที่สุด" (Best seller) ติดต่อกันเป็นเวลาถึง 14 เดือน ได้รับการแปลเป็นภาษาต่างๆ ไปทั่วโลก

โควีย์ กล่าวว่าบุคลที่จะได้ชื่อว่าเป็นบุคคลผู้มีประสิทธิภาพสูง ควรจะฝึกตนเองให้มีคุณสมบัติที่เป็น อุปนิสัยประจำตน 7 ประการ ดังต่อไปนี้

(1) เป็นฝ่ายรุก (Be proactive) ริเริ่ม ตอบสนอง และสร้างสิ่งต่างๆ ให้เกิดขึ้น ตระหนักว่าตนเอง มีอิสระที่จะเลือก มีสติสัมปชัญญะต่อตนเอง พัฒนาความรู้และความซื่อสัตย์ต่อการเลือกต่างๆ นั้น หมายความว่า เมื่อได้ตัดสินใจเลือกว่าจะกระทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดแล้ว ก็แสวงหาความรู้และยึดมั่นต่อการกระทำต่างๆที่เกี่ยวข้อง กับการเลือกนั้น

(2) เริ่มต้นด้วยการตั้งเป้าหมายในใจ (Begin with the end in mind) เริ่มต้นด้วยการสร้างภาพลักษณ์ (Images) หรือ ตัวอย่าง(Paradigm) ของตนเองไว้ในใจ ให้มีความเข้าใจอย่างแจ่มแจ้งชัดเจนว่า ตนเองจะไปที่ใด ขณะนี้อยู่ที่ใด และการจะไปสู่เป้าหมายที่ต้องการนั้น จะต้องนำอะไรไปด้วยบ้าง ความเป็นผู้นำเป็นสิ่งสำคัญมาก ในเรื่องนี้

(3) ทำในสิ่งที่จำเป็นจะต้องทำก่อนเป็นสิ่งแรก (Put First Things First) ฝึกฝนการบริหารตนเองอย่างมีประสิทธิภาพอย่างสม่ำเสมอทุกๆวัน วินัยในตนเองเกิดจากภายในตนเองและวัดผลด้วยความซื่อสัตย์ในตนเอง บุคคลผู้ประสบความสำเร็จสูงทั้งหลาย ตัดสินใจในเรื่องปัจจุบัน ซึ่งช่วยให้เกิดผลสำเร็จตามที่ต้องการ จัดการ บริหารเวลาให้เหมาะสม และยึดมั่นอยู่กับเป้าหมายประจำ ในแต่ละสัปดาห์ต่อวินัย ความสำคัญก่อนหลัง และวิสัยทัศน์

(4) คิดอย่างชนะ/ชนะ (Think Win/Win) ให้มีขอบเขตในใจ แสวงหาวิธีการช่วยให้ทุกๆ คนที่เกี่ยวข้อง ในกิจการงานต่างๆ มีความรู้สึกราวกับว่าเป็นผู้ชนะ นั่นคือได้รับผลประโยชน์ต่างๆ ร่วมกันทั้ง 2 ฝ่าย ทุกๆ ฝ่ายมีความรู้สึกดีๆต่อการตัดสินใจต่างๆที่ได้กระทำร่วมกันและรับผิดชอบร่วมกันต่อการกระทำที่จะให้บรรลุผลสำเร็จตามแผนที่ได้ตัดสินใจนั้นๆ กุญแจสำเร็จคือ การร่วมมือกัน

(5) แสวงหาความเข้าใจก่อน แล้วจึงทำตนให้ผู้อื่นเข้าใจ (Seek First to Understand, Then Be Understood) ฝึกฝนตนเองให้มีทักษะในการฟังอย่างเข้าใจเพื่อว่าจะได้เข้าใจผู้อื่นตามขอบเขตในใจของเขา การฟังนั้นมิใช่การฟังด้วยหูแต่เพียงอย่างเดียวแต่เป็นการฟังด้วยตาและด้วยหัวใจ ต่อจากนั้นให้แสดงความคิด เห็นและทัศนะต่างๆของตนเองอย่างมีเหตุผล ชัดเจน เฉพาะเจาะจง และในขอบเขตแห่งความเข้าใจผู้อื่นเป็นสำคัญ

(6) มีกำลังใจดี (Synergize) สร้างทางเลือกใหม่ๆ โดยให้ละทิ้งส่วนที่สบาย (Comfort Zone) ของตนเอง เพื่อเผชิญความท้าทายใหม่ๆและที่ไม่รู้มาก่อน ให้คุณค่าต่อความแตกต่าง ยอมรับนับถือความแตกต่าง เหล่านั้นและใช้ความแตกต่างนั้นๆ ในการสร้างความแข็งแกร่งให้ตนเอง ให้ละทิ้งบทชีวิต (Life seript) เช่น ความเกียจคร้าน เก่าๆ ไปเสียและเขียนบทใหม่ๆ ขึ้นมา ความจำกัดต่างๆของเราเองย่อมเกิดขึ้นจากจินตนา การของเราเอง ทั้งนั้น พัฒนาความสร้างสรรค์และความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับผู้อื่น ปลดปล่อยพลังใหม่ๆ ออกมา และสร้างทางเลือกใหม่ๆ และน่าตื่นเต้นให้เกิดขึ้นแต่ชีวิตของตนเอง

(7) ดูแลตนเองให้ดีเสมอ (Sharpen the Saw) ใช้เวลาดูแลส่วนดีๆ ของตนเองไว้ ใช้เวลาดูแลสุขภาพของตนเองทั้งด้านร่างกาย สมอง สังคม/อารมณ์ และความต้องการด้านจิตใจ (spiritual needs) หรือการยึดมั่นในหลักศาสนาของตน การนำผู้อื่นนั้นต้องการพลังงานมากมาย ให้มีความพยายามอย่างสม่ำเสมอ ที่จะจัดการกับความต้องการทางสุขภาพ เป็นตัวอย่างที่ดีในเทคนิคของการดูแลตนเอง สร้างความมั่นใจต่อผู้อื่น ว่าเขามีคุณค่าและควรให้คุณค่าผู้อื่นด้วย ให้มีความสุขและฉลองความสำเร็จ